http://www.jozho.net
   
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 19/11/2007
ปรับปรุง 10/11/2017
สถิติผู้เข้าชม11,084,371
Page Views18,297,401
Menu
หน้าแรก
งานบรรยายโดยโจโฉ
เกี่ยวกับ&ที่มา..โจโฉ
ตัวอย่างภาพกิจกรรม
รวมเสียงโจโฉ
เว็บบอร์ด
สมุดเยี่ยม
สนับสนุนโจโฉ
บทความโดยโจโฉ
ติดต่อโจโฉ
เลือกดาวน์โหลด
แนะนำ
มาใหม่ล่าสุด
บอกเล่าเก้าสิบ
สวดมนต์ สมาธิ
Video ธรรม
ข่าวร้อน
.
 

ทำความเข้าใจ ก่อนอ่านหรือฟังพระไตรปิฎก เพื่อประโยชน์สูงสุดกับข้อมูลที่จำเป็นต้องทราบก่อน

" พระไตรปิฎก ฉบับประชาชน "

แปลโดย อ.สุชีพ ปุญญานุภาพ

เสียงอ่านหนังสือโดย.. โจโฉ ชมรมผลดี  

เพลย์ลิสต์ กดเลือกฟังไฟล์ย่อยได้ที่มุมบนซ้าย (ใกล้ตัวเลข) 


(กดแต่ละรูปเพื่อเข้าฟัง/ดาวน์โหลด)

.......     .....
 ......






:ทำความเข้าใจก่อนอ่านหรือฟังพระไตรปิฎก
:สืบเนื่องจากโครงการจัดทำเสียงอ่านพระไตรปิฏก

.

บทเกริ่นนำ เพื่อปูทางให้กับคนรุ่นใหม่ ก่อนฟังหรืออ่านพระไตรปิฎก เรียบเรียงด้วยเห็นว่าจำเป็นมากต่อการจะฟังให้เข้าใจและถูกทางจริง จะอัดเสียงแนะนำไว้แทรกแรกในซีดีที่จะทำแจกนะครับ และจะเริ่มอัดพระไตรปิฎก ฉบับประชาชนก่อน เพราะเหมาะกับคนทุกวันในการฟังเริ่มต้นที่ดีมาก ซึ่งคุณดังตฤณก็แนะนำฉบับนี้ไว้ให้ทุกคนได้ศึกษา บทเกริ่นนำยาวพอสมควร แต่จำเป็นมากสำหรับทุกคนเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในคัมภีร์สูงสุด และป้องกันการผิดพลาดสำหรับคนที่ท่องจำได้ครบ แต่ยังไม่ผ่านจุดสำคัญที่จำเป็นเพื่อการันตีว่าเราถูกต้องจริง เพราะปัจจุบันมีการอ้างพระไตรปิฎก อ้างพุทธพจน์ ในทางที่ผิด ตีความผิด และใช้ข่มขวัญ ยกขึ้นมาข่มผู้อื่นกันจำนวนมาก


.

โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า หากเข้าใจแก่นสำคัญ และปฏิบัติถึงจุดหนึ่งก่อนเท่านั้น จึงจะสามารถเข้าใจพระไตรปิฎกได้จริง และนำไปอ้างได้ถูกทาง ถูกธรรม ไม่เป็นกรรมหนักที่บิดเบือดพระศาสนาได้อย่างหน้าระรื่น โดยคิดว่าตัวเองทรงธรรม เป็นผู้รู้ และถูกต้องอยู่คนเดียว ทั้งชีวิตเห็นคนอ้างพระไตรปิฎกกันจริงจัง แต่ดำเนินจิตและชีวิตผิดทางอย่างมาก เป็นเรื่องน่าเป็นห่วงของสังคมมาก เพราะธรรมะไม่เหมือนวิชาทางโลก 1+1 อาจไม่ได้เท่ากับ 2 เสมอไป มีนัยยะแฝง และต้องอาศัยภูมิธรรม จิตที่มีคุณภาพพอจะเข้าใจและตีความได้ถูกต้องด้วย เพื่อประโยชน์ของทุกท่านที่สนใจจะศึกษาพระไตรปิฎก โปรดสละเวลาอ่านข้อความยาว ๆ ตรงนี้ก่อนด้วยนะครับ หรือรอฟังทีเดียวจากเสียงอ่านเลยก็ได้ครับ



-----------

         เสียงอ่าน พระไตรปิฎก  ฉบับประชาชน เขียนโดย อ.สุชีพ ปุญญานุภาพ   หากนับถือศาสนาพุทธ ควรฟังหรืออ่านพระไตรปิฎกอย่างน้อยหนึ่งครั้ง สำหรับฉบับนี้ เป็นการย่อ-สรุปใจความสำคัญ เพื่อความเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ถูกต้องตรงทาง เหมาะสำหรับฟังเบื้องต้น ก่อนฟังหรืออ่านฉบับเต็มอีกที   หลักธรรมที่ถูกต้องสำคัญมากเพื่อการปฏิบัติที่ถูกทางในขั้นต่อไป  จัดทำเพื่อเผยแพร่แจกฟรีในนาม ชมรมผลดี  เสียงอ่านโดย.. โจโฉ  อนุโมทนาทุกท่านที่ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดทำ เชิญร่วมเผยแพร่ส่งต่อในทุกช่องทางได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ขอทุกท่านสุขภาพแข็งแรง เจริญรุ่งเรืองในทางที่เป็นกุศลยิ่งขึ้นไป  สัพพะธานัง ธรรมะทานังชินาติ การให้ธรรมชนะการให้ทั้งปวง   ปัญญาสำคัญที่สุดทั้งทางโลกและทางธรรม   เมื่อมีปัญญา จะประสบความสำเร็จ เป็นสุขได้จริง   บุญให้เกิดปัญญาสูงสุด คือ.. ให้ธรรมบริสุทธิ์แท้   และไม่มีอะไรประเสริฐเท่า.. "พระไตรปิฎก"

 

กราบขออภัยไว้ล่วงหน้า หากผู้อ่าน อ่านผิดหรือไม่ถูกต้อง  โดยเฉพาะคำนศัพท์เฉพาะที่ไม่สามารถหาคำอ่านที่ถูกต้องได้  ขอท่านผู้ฟังได้โปรดฟังเพื่อจับใจความเป็นหลักเท่านั้น  อย่าเอาการอ่านออกเสียงที่ได้ยินเป็นมาตรฐานหรือคิดว่าถูกต้อง  โปรดตรวจสอบกับท่านผู้รู้อีกครั้ง  แก่นคือใจความสำคัญที่ควรสนใจ จับประเด็นให้เข้าใจ  มากกว่าที่จะสนใจเปลือกคือคำศัพท์ที่ไม่คุ้นชิน หรืออาจออกเสียงผิดไปบ้าง จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดให้อภัยกับผู้จัดทำสื่อทุกชุดที่ผ่านมาด้วยนะครับ 

--------------

         แนะนำการฟังที่ดี ไม่ว่าจะเป็นธรรมะ หรือวิชาทางโลกก็ตาม ให้สักแต่ว่าฟังแล้วน้อมจิตพิจารณาแบบสบาย ๆ อย่าเคร่งเครียด อย่าตั้งใจเกินไป อย่าพยายามรู้ให้กระจ่างในทันที เพราะระดับจิตแต่ละคนไม่เท่ากัน โดยเฉพาะธรรมะ เป็นสิ่งที่ต้องมีวัยวุฒิ คุณวุฒิ มีประสบการณ์  มีปัจจัยแวดล้อมอีกมากที่จะทำให้เข้าใจธรรมได้กระจ่างจริง (ยกเว้นคนที่สะสมบารมีมาหลายชาติ อาจเข้าใจได้ง่ายแม้อายุน้อย)  คนทั่วไปอาจต้องใช้เวลา ฟังหลายรอบ หรือฟังแล้ว ย้อนกลับมาฟังใหม่ในอนาคต ซึ่งจะทำให้แปลกใจว่า..  สิ่งที่คิดว่าเข้าใจแล้ว กลับไม่เข้าใจจริง แล้วยิ่งฟังซ้ำ จะยิ่งเข้าใจในสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวหนังสือมากขึ้น เมื่อฟังแล้วอย่าพึ่งด่วนคิดว่าเข้าใจ หรือปักความเชื่อลงไปว่า ข้อความที่จดจำได้เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว เพราะยังมีความหมายปลีกย่อยซ่อนไว้อีกมาก ที่ต้องเข้าใจแก่นธรรมจริงก่อน ถึงจะเข้าใจได้ถูกต้องครบทุกประเด็น ทุกนัยยะ  ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนที่จดจำพระไตรปิฎกได้เก่ง รู้ไปหมด แต่กลับตีความหมายผิด เดินผิดลู่ทาง กลายเป็นสร้างกรรมหนัก ส่งผลเสียร้ายแรงให้กับตัวเองและพระศาสนาในที่สุด 
--------------


         หากยังไม่เข้าใจหลักปฏิจสมุปบาทดีพอ ไม่เห็นแจ้งว่าทุกสิ่งแม้แต่วัตถุ สภาพแวดล้อมทั้งหมดรอบตัวล้วนเกิดมาจากจิตหรือวิญญาณ วิญญาณในทางศาสนาคือธรรมชาติที่รู้อารมณ์ สภาพรู้อารมณ์ หรือรู้แจ้งอารมณ์ มีความหมายเดียวกับคำว่า.."จิต"   วิญญาณไม่ได้หมายถึงผีอย่างที่คนส่วนมากเข้าใจ  มีพุทธพจน์ตรัสไว้ว่า..  "วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป"  อาจแปลได้ว่า วิญญาณเป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง  ซึ่งทุกสรรพสิ่งทั่วจักรวาลสุดท้ายแยกเหลือได้แค่นามธรรม กับ รูปธรรม ในวัตถุทุกชนิดมีวิญญาณแฝง แต่เป็นวิญญาณคนละประเภทกับที่มีในมนุษย์และสัตว์ เป็นวิญญาณชนิดไม่มีใจครอง ซึ่งวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้นานแล้วถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในวัตถุทุกชนิด เป็นพลังที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติในทุกสรรพสิ่ง ซึ่งมีหน่วยพื้นฐานเป็นอะตอม มีการเคลื่อนไหวของอิเล็คตรอนอยู่ภายในตลอดเวลา  ที่ต่อมาทางวิทยาศาสตร์ค้นพบลึกเข้าไปอีกและเรียกว่า..  อนุภาคพระเจ้า

--------------

 

         ถ้าเข้าใจจะมองเห็นไม่ยากว่าแม้ศาสนาอื่นมีคำอธิบายเรื่องธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ได้แทบไม่ต่างกับหลักของพุทธ  เพียงแต่ใช้คำเปรียบเทียบ หรือพูดให้เข้าใจเห็นภาพง่ายขึ้น  เช่น.. พระเจ้าคือผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง พระเจ้าสถิตย์อยู่รอบตัว  ทำดีเพื่อกลับไปอยู่ในอ้อมกอดพระเจ้า ซึ่งใกล้เคียงกับการทำดีเว้นชั่ว ทำจิตผ่องใส ชำระจนจิตบริสุทธิ์ เพื่อเข้าสู่กระแสนิพพาน ที่ไม่สูญแต่ไม่มีตัวตน  คือกลับไปรวมเป็นพลังงานเดิมแท้ที่ไม่มีตัวตนแต่ไม่ได้สูญหายไปไหน  เป็นพลังงานพิเศษที่แทรกซึมอยู่ในทุกสรรพสิ่งทั่วจักรวาล  บริสุทธิ์อยู่เหนือสุขและทุกข์ทั้งปวง   : หัวข้อเรื่อง... "วิญญาณเป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง"  ถือเป็นหลักสำคัญที่จะทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรม กฎของธรรมชาติต่าง ๆ ได้ลึกซึ้งดีพอ จนเข้าใจข้อความในคัมภีร์ได้ลึกซึ้งถูกต้องตรงทางได้จริง  และทำให้เข้าใจหลักทางวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้องด้วยเช่นกัน  ซึ่งวิทยาศาสตร์คือความจริง ธรรมะก็คือความจริงของสิ่งทั้งปวง

--------------

         สำหรับการปฏิบัติธรรม หากยังไม่เคยฝึกเจริญสติ จนเกิดภาวะที่ผู้รู้ตื่น เห็นจิตกับกายนี้ทำงานเป็นต่างหากอย่างชัดเจน ก็อย่าพึ่งด่วนปักใจเชื่อในความรู้ความเข้าใจธรรมของตนที่มี เพราะว่ายังเดินมาไม่ถึงระดับจะเห็นความจริงเบื้องต้นได้นะครับ ต่อให้คิดว่าเข้าใจทฤษฎีจนแตกฉานแล้วก็ตาม    เมื่อผู้รู้ตื่น จะได้เห็นธรรมชาติแท้ของจิตที่หลงคิดว่าเป็นตัวเรานี้  แท้จริงมีสภาวะไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน ไม่ใช่เรา บังคับไม่ได้  หรือที่เรียกว่าเห็นไตรลักษณ์ของจิต  ต้องเป็นการเห็นสภาวะจริงจากประสบการณ์ตรงเท่านั้น  สิ่งนี้คือต้นทางสายเอก สายตรงที่มุ่งไปสู่การบรรลุธรรม  ไม่ว่าจะปฏิบัติธรรมรูปแบบใด ควรเข้าถึงสภาวะแบบนี้เป็นต้นทางด้วย ไม่ใช่แค่เป็นคนดีมีศีล ชอบทำบุญ ไม่ทำร้ายใคร จดจำคัมภีร์ได้แม่นยำ หรือแค่การบังคับจิตให้สงบแช่นิ่งได้ยาวนานที่สุด ซึ่งคนที่เข้าใจธรรมะด้วยสมองแต่ยังไม่ได้เข้าใจด้วยจิตหรือประสบการณ์ตรง รวมถึงกำลังสมาธิ+กิเลส โดยเฉพาะโมหะที่อาจมีซ่อนอยู่   อาจสร้างภาพหลอกให้หลงจนเพ้อ เชื่อในสิ่งพิศดารแปลกประหลาด  ตีความธรรมะผิด เกิดมิจฉาทิฐิฝังแน่นได้มากเกินจะคาดเดา

--------------

  

         ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติที่กล่าวมา หลักสำคัญทั้งสองข้อจำเป็นมาก ต่อการการันตีว่า เราเข้าใจธรรมะได้ลึกซึ้งถูกต้องตรงทางจริง  ถ้าหากยังไม่ผ่านทั้งสองจุดนี้ อาจมีโอกาสหลงทาง เดินผิดทางได้ง่าย เป็นสิ่งที่อยากฝากเตือนสติท่านที่คิดว่าเข้าใจธรรมะดีแล้ว  ได้พิจารณาตนว่าเข้าใจทฤษฎีเบื้องต้น และปฏฺบัติจนเกิดภาวะผู้รู้ตื่นกันได้จริงหรือยัง ถ้ายังก็อย่ามั่นใจว่าสิ่งที่ท่านรู้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด  แม้จะท่องตัวหนังสือบาลีตามพระไตรปิฎกได้ถูกต้องทุกคำก็ตาม  ธรรมะไม่เหมือนวิชาทางโลก จะเข้าใจจริงต้องมีคุณภาพจิตที่สูงสะอาดใสพอจะเข้าใจในทุกแง่มุมก่อนด้วย  หากเข้าใจหลักเบื้องต้นก่อนแล้ว ทุกอย่างจะง่ายขึ้น ไม่กลายเป็นมิจฉาทิฐิผ่านการท่องพุทธพจน์ อ้างคำพระพุทธเจ้า แต่อ้างผิดประเด็น ผิดนัยยะ เป็นกรรมหนักด้วยการบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยไม่รู้ตัว 

--------------



หลังเขียนบทความนี้ลงในเว็บไซต์ ปรากฎมีคนของขึ้น ส่งข้อมูลการกำเนิดโลกตามหลักวิทยาศาสตร์มาให้ บอกด้วยความหวังดี คือเขาต้องการค้านกับหลักที่อธิบายไปว่า วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป  ผมก็เพลียหัวใจกับคนพวกนี้เหลือเกิน ถึงบอกไงครับว่า ตราบใดยังเจริญสติจนเกิดผู้รู้ เห็นจิตและกายทำงานต่างหาก เหมือนเรานั่งดูละครที่เป็นตัวเราเล่น แล้วแยกกันชัดเจน และยังไม่เข้าใจว่าทุกสิ่งเกิดจากวิญญาณได้จริง ก็อย่ามั่นใจในสิ่งที่ตนเองรู้ เพราะหลักวิทยาศาสตร์ที่เรียนกัน มันแค่หลักเบื้องต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความจริงในด้านรูปธรรม ที่เน้นการจับต้องสัมผัสได้จากประสาททั้งห้า  ซึ่งในความจริงหลายอย่างมันจับต้องไม่ได้ แต่รู้ได้จากสัมผัสละเอียดทางใจเท่านั้น  หลายเรื่องที่วิทยาศาสตร์ยังไปไม่ถึง ซึ่งคงไปถึงได้ยาก ถ้าจะมัวพิสูจน์หลายสิ่งโดยใช้หลักพื้นฐานแค่การรับรู้จากประสาททั้งห้าที่เน้นในแง่ของนามธรรมเท่านั้น

--------------

  


โลกมีกำเนิดจากองค์ประกอบเคมีหรือจะมีขั้นตอนอย่างไรก็ตาม นั่นคือหลักทางวัตถุในเบื้องต้น แต่น้อยคนจะเข้าใจว่าทุกสิ่งเกิดจากวิญญาณอย่างไร  เช่น.. เมื่อยังมีความอยากอาหาร อยากกิน  จึงเกิดพลังเหนี่ยวนำให้เกิดร่างกาย  มีระบบเพื่อกินอาหาร มีสภาพแวดล้อมเพื่อให้เกิดแหล่งอาหาร  เมื่อยังมีความกลัวตาย มีความยึดมั่น มีความติดใจในกามคุณ   จะมีพลังเหนี่ยวนำให้ต้องเกิดใหม่ไม่รู้จบ ให้มีร่างกายใหม่เพื่อตอบสนองความอยากในจิตต่อไป   และเมื่อยังต้องเกิดก็ต้องมีภพภูมิมารองรับให้เหมาะสมกับน้ำหนักกรรม   กระบวนการทางเคมีที่เกิดเป็นโลก เป็นต้นไม้ภูเขา คือขั้นตอนหนึ่งแห่งการกำเนิด แต่จุดที่กระตุ้นและเหนี่ยวนำให้เกิดโลกและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ล้วนมาจากวิบากในจิตที่สะสมไว้ หรือเกิดจากพลังแห่งวิญญาณ   สมดังพุทธพจน์ที่ว่า... วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป  หรือแม้แต่ในหลักของศาสนาอื่นว่า... พระเจ้าเป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง พระเจ้าแทรกซึมอยู่ในทุกสรรพสิ่ง    ถ้าเข้าใจจะรู้ว่า ทำไมถึงมีหลายภพภูมิ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับสภาวะจิตที่ต่างกันอย่างไร แม้แต่ดาวดวงอื่นที่พระไตรปิฎกยืนยันว่ามีมนุษย์อยู่จริง มีลักษณะและความประณีตต่างกันแค่ไหน โลกเราเป็นเพียงส่วนหนึ่งในจักรวาลเท่านั้น ยังมีอีกมากที่วิทยาศาสตร์ยังไม่รู้  ยังไปไม่ถึง

--------------


พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าโลกกลม ในขณะที่คนทั่วโลกเวลานั้นเชื่อว่าโลกแบน และพึ่งมาค้นพบว่าโลกกลมจริงภายหลังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ตั้งสองพันกว่าปี เป็นข้อพิสูจน์ว่า... พระพุทธองค์ทรงรู้แจ้งทุกสรรพสิ่ง และมีความรู้อีกมากที่วิทยาศาสตร์ยังไปไม่ถึง  จึงอย่าพึ่งปักใจในความรู้หยาบที่เป็นเพียงเรื่องของวัตถุ เผื่อใจไว้รับรู้อย่างอื่นบ้าง และอย่าพึ่งค้านอะไร หากยังไม่ได้ศึกษา ปฏิบัติให้ละเอียดจริง เหมือนคนไม่เชื่อว่าผีมีจริง คุณจะไม่ผิดเลยถ้าได้ลองศึกษาจนแตกฉาน และปฏิบัติเจริญสติจนแยกจิตกับกายได้จริง หรือได้จุดหนึ่งในระดับที่ดีพอก่อน  ไม่ใช่ไม่ทำอะไร แล้วอ้างว่าถ้ามีจริงทำไมฉันไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ มันเหมือนคนบ้า ที่ปิดโทรทัศน์ แล้วแหกปากร้องว่า ไม่เห็นมีรายการทีวีอะไรดูเลย ถ้ามีจริง ต้องปรากฎภาพมาให้เห็นซิ  เรื่องภพภูมิ กลับชาติมาเกิด ฝรั่งเขาก็ศึกษากันเยอะมากจนเป็นสารคดีระดับโลก เช่น การระลึกชาติ ทั้งการเก็บประวัติทั่วโลก เดินทางไปพิสูจน์ด้วยนักวิทยาศาสตร์จนยอมรับว่าน่าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง  ทั้งการสะกดจิตระลึกชาติ แล้วจำเหตุการณ์สมัยก่อนได้ เล่นดนตรีได้ทั้งที่ไม่เคยฝึกมาก่อน  ยังมีผีมาเข้าฝันว่าศพอยู่ที่ไหนเป็นข่าวหน้าหนึ่งประจำ ทั้งมาเข้าฝัน เคาะห้อง หรือผีเด็กบางทียังร้องให้ได้ยิน จนจับผู้ร้ายได้ จนหลอนทั้งโรงพักก็มีมาแล้ว  

--------------




ซึ่งต้องเข้าใจว่า ผีมีหลายแบบ และไม่ใช่ต้องทำอะไรได้ทุกอย่างเหมือนกัน มันมีปัจจัยเพื่อการปรากฎตัวให้เห็น ให้ได้ยิน ที่ต้องสอดคล้องพอดี และไม่ได้พบเจอหรือปรากฎให้เห็นกันได้ง่าย ๆ  จริงๆ ถ้าศึกษาปฏิบัติถึงจุดหนึ่งที่มากพอ จะเข้าใจเองว่ามีจริงหรือไม่ โดยไม่ต้องได้พบของจริงเลยนะครับ  เพราะความเข้าใจธรรมะในระดับลึกพอ จะทำให้เห็นตามจริงได้ง่ายถึงเรื่องต่างมิติ  ทั้งความบริสุทธิ์ของจิตที่จะรู้เองว่า พระพุทธเจ้าและพระเกจิอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีต่างๆ ท่านไม่โกหกเราแน่  ไม่มีทางแต่งเรื่องมาหลอกให้คนทำความดีอย่างที่เข้าใจกัน  รวมถึงจิตที่ผ่องใสเข้าถึงพลังของจิตอย่างแท้จริง จะรู้เห็นอะไรเหนือสัมผัสหยาบได้อีกมาก จนเห็นได้ชัดว่าตายแล้วต้องเกิดอีกหรือไม่ ภพชาติมีจริงหรือไม่  เป็นการรู้เห็นจากใจตนเอง ที่ต้องศึกษาปฏิบัติ ไม่ใช่เอาแต่อยู่เฉยๆ แล้วปักใจในการสัมผัสหยาบของตัวเอง เชื่อมั่นในตำราที่ยังไม่ถึงที่สุดของความจริง  แล้วก็ยืนยันว่าผีไม่มีจริง เพราะถ้ามีจริง ฉันต้องเห็น ต้องจับต้องได้ แบบนี้เขาไม่เรียกนักวิทยาศาสตร์  เพราะนักวิทยาศาตร์ของจริง จะไม่ปฏิเสธอะไรว่าไม่มี หากยังไม่ได้พิสูจน์ และศึกษาอย่างแท้จริง เขาจะแค่บอกว่า ....  มันยังพิสูจน์ไม่ได้เท่านั้น   
--------------



น่าเห็นใจสำหรับคนบางกลุ่มเพราะการสอนศาสนาส่วนหนึ่งที่คนทั่วไปเจอ เน้นสอนในเชิงศรัทธา ให้เชื่อไว้ก่อน หรือปฏิบัติไปก่อนเดี๋ยวรู้เอง ซึ่งถ้าทนปฏิบัติจริงจังก็จะรู้เอง แต่คนส่วนใหญ่ไม่มีความเพียรขนาดนั้นหรอกครับ   การสอนศาสนา โดยขาดการอธิบายแบบเป็นเหตุเป็นผลที่น่าเชื่อถือพอ การไม่แตกฉานพอจะอธิบายให้คนรุ่นใหม่เข้าใจได้จริง แม้จะเล่าเรื่องภพภูมิให้ฟัง ก็กลายเป็นฟังแล้วดูงมงายหนักเข้าไปอีก    ซึ่งจุดสำคัญของศาสนาไม่ใช่เรื่อง ผี เทวดา ภพภูมิ นรกสวรรค์แต่อย่างใด เป็นเพียงส่วนประกอบย่อยเท่านั้น  หลักสำคัญคือ การปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวัน การเจริญสติจนเห็นจิตไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน ไม่ใช่เรา ต่างหาก ซึ่งจุดสำคัญนี้กลับเป็นสิ่งที่สอนกันน้อยกว่าการทำสมาธิ บังคับให้จิตสงบ หรือเรื่องทำดีขึ้นสวรรค์ ทำชั่วตกนรก  ซึ่งจำเป็นต้องสอน แต่ต้องการคนที่แตกฉานอธิบายได้ละเอียดพอด้วย ถ้าไม่สามารถทำให้คนเชื่อเข้าใจได้ถูกต้องจริง จะส่งผลเสียหายกลายเป็นการงมงายในเรื่องต่างมิติอย่างที่เห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน 

--------------

 

สรุปไม่ว่าการเข้าใจทางโลกหรือทางธรรม ควรศึกษาให้เข้าใจเบื้องต้นถึงเรื่อง.. ทุกสิ่งเกิดจากวิญญาณ และปฏิบัติให้เกิดสภาวะผู้รู้ตื่น เห็นจิตและกายทำงานเป็นต่างหากให้ได้ก่อน จึงจะประกันเบื้องต้นได้ว่า สิ่งที่ท่านรู้เป็นสิ่งที่ถูกต้องตรงทาง ถ้ายังไม่ถึงจุดนี้ ก็เผื่อใจไว้รับรู้ข้อมูลอื่นบ้างนะครับ ไม่อย่างนั้น ความพากเพียรในการปฏิบัติศึกษาอาจเสียเวลาไปฟรีชาติหนึ่ง อย่างน่าเสียดาย    สำหรับท่านที่สนใจเรื่องภพภูมิแบบสนุก ไม่งมงาย ก่อศรัทธาทำให้เข้าใจศาสนาได้ดีขึ้น แนะนำให้เปิดใจฟังเรื่อง แว่วเสียงสวรรค์ โดย อ.พร รัตนสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญพระไตรปิฎก  ฟังแล้วอย่าพึ่งค้าน ฟังสบาย ๆ ให้จบเรื่องก่อน เรื่องนี้เปลี่ยนชีวิตคนมาหลายคนแล้ว รวมถึงตัวผมด้วยที่ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชีวิต แต่เปลี่ยนศาสนามานับถือพุทธ และทำให้เข้าใจคำสอนของครูบาอาจารย์รวมถึงพระไตรปิฎกได้ละเอียดขึ้นด้วย   ถ้าสนใจก็ลองโหลดมาฟังดูนะครับ 
 
--------------

 
              สำหรับการอ่านหรือฟังพระไตรปิฎก  หากฟังแล้วรู้สึกไม่เข้าใจ ทั้งเนื้อหา หรือคำศัพท์ที่ไม่คุ้นชิน ขอให้ฟังผ่านไปก่อน อย่าสงสัย อย่าติดใจ  เพราะจิตที่สงสัย พยายามจะเข้าใจให้กระจ่างในขณะที่ยังไม่พร้อมจริง จะเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น และติดอยู่แค่ตรงนั้น สมองไม่สามารถรับรู้ข้อมูลอื่นต่อได้อีก หรือได้ไม่ดีเท่าที่ควร   การฟังคร่าวๆ จับแค่ภาพรวมของทั้งเนื้อหาทั้งหมด  ฟังหรืออ่านสบาย ๆ ไปเรื่อย ๆ ถึงจุดหนึ่ง จะเข้าใจหลายเรื่องไปเองโดยที่แม้บางคำจะไม่รู้คำแปลด้วยซ้ำ  จิตมนุษย์มีพลังมาก หากปราศจากโมหะ ความเครียด แรงกดดัน จิตสว่างใสสงบเย็น จะสามารถซึมซับรับรู้และมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม จะเข้าใจเนื้อหาได้ถึงแก่นได้ง่าย และลึกซึ้ง  การอ่านหรือฟังอะไรก็ตาม ควรให้สมองและจิตได้พักด้วย ไม่ควรฟังต่อเนื่องยาวนานเกินไป  ต้องมีการพัก เปลี่ยนอิริยาบถ หรือปล่อยให้สมองและจิตว่างเป็นระยะด้วย  อย่างกรณีการเรียนหนังสือ อ่านหนังสือสอบ งานวิจัยระบุว่าควรพักทุก 45 นาที ด้วยการฟังเพลง เปลี่ยนอิริยาบถ ยืดเส้นสาย  ร้องเพลง หรือทำสมาธิ  ซึ่งโรงเรียนทางเลือกบางแห่งก็นำมาปรับใช้กับการเรียนจนได้ผลดีอย่างมาก ทั้งด้านพฤติกรรม นิสัย ความจำ การเรียนรู้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

--------------

  

         การได้เกิดเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนา และคงคำสอนถูกต้อง เป็นโอกาสทอง ที่หาได้ยากยิ่งในสังสารวัฎ ทุกท่านที่กำลังฟังเสียงอ่านขณะนี้ นับเป็นบุคคลผู้ประเสริฐ ที่มีโอกาสอันดีกว่าคนอีกหลายล้านคน รวมถึงภพภูมิอื่นที่กำลังเวียนว่ายตายเกิดอีกจำนวนมากนับประมาณไม่ได้  การรีบขวนขวายศึกษาคัมภีร์สูงสุดในพระพุทธศาสนา เป็นมงคลยิ่ง เป็นบุญใหญ่ติดตัวไปอีกหลายภพชาติ บุญมหาศาลไม่ต้องเสียเวลาเหนื่อยยาก ไม่เสียเงิน ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องทรมานกาย   การเข้าใจธรรมแม้ในระดับเริ่มต้น มีค่าได้บุญมากกว่า การบวชถึงร้อยปี แต่ไม่ได้เข้าใจธรรมแท้ได้จริงเลย  การสืบทอดพระศาสนาที่ดีที่สุด ไม่ใช่ฝากความหวังไว้กับพระหรือหน่วยงานทางศาสนา แต่คือการขวนขวายศึกษาธรรมะแท้จนเข้าใจได้จริงด้วยตัวเองก่อนต่างหาก 
--------------


         การปฏิบัติธรรมที่แท้ ควรเริ่มจากการฟังหลักการที่ถูกต้องก่อนลงมือปฏิบัติ  การบรรลุธรรมที่เกิดในสมัยพุทธกาล จำนวนมากเกิดจากการแค่ฟังธรรม พิจารณาตาม แล้วจิตเห็นตามจริงอย่างลึกซึ้ง จึงบรรลุธรรม  การทำสมาธิไม่ใช่การบังคับจิตให้หยุดคิด แต่คือการหาอะไรมาให้จิตมีที่เกาะ กรรมฐานหลายกอง คือการนำสิ่งต่างๆ มาคิดระลึกถึง จนจิตเกิดกุศล จิตเป็นสุขจึงเกิดเป็นสัมมาสมาธิ แต่การพยายามบังคับห้ามจิต กดข่มจิตให้นิ่ง  นั่นคือมิจฉาสมาธิ ทีส่งผลเสียในระยะยาว  แต่กลับถูกสอนและบังคับให้ทำกันทั่วประเทศตลอดหลายปีที่ผ่านมา  ส่งผลเสียหายหนักให้คนรุ่นใหม่มองการปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งน่าเบื่อ ทำตามได้ยาก ไกลตัวและไม่อยากสนใจ  หรือแม้สนใจ ก็ปฏิบัติผิดมาตลอดจนแก้ไขได้ยาก และขัดขวางการบรรลุธรรมที่ต้องเห็นความจริงว่า...  จิตเป็นอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้   หลายคนรับรู้ว่าสมาธิคือความสุข เป็นบุญใหญ่ ต่างพยายามเหน็ดเหนื่อยทำมานานท่ามกลางความเคร่งเครียด ทรมาน  เพราะเริ่มต้นด้วยหลักการและวิธีที่ผิดนั่นเอง

 

--------------

         ถ้าเข้าใจหลักการทำสมาธิ ขณะที่ท่านรับฟังเสียงอ่านพระไตรปิฎก หากจิตแน่นิ่งอยู่กับเนื้อหา นี่คือการทำสมาธิที่ดีเยี่ยมมาก ถ้าฟังแล้วจิตสงบ เห็นด้วยกับเนื้อหา เข้าใจเนื้อหา เกิดปีติ จิตผ่องใสเป็นกุสล จะได้ทั้งสมาธิและปัญญาไปพร้อมกัน  จิตเป็นกุศลจะเข้าใจข้อมูลได้ดีลึกซึ้งยิ่งขึ้น  จะไต่ลำดับไปจนถึงขั้นบรรลุธรรมได้โดยง่าย การบรรลุธรรม คือจิตเห็นตามจริงในความจริงของธรรมชาติ  ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปทรมานกายใจ ลำบากลำบนทำอะไรมากมายอย่างที่เข้าใจกัน เพราะจริตคนต่างกัน  

--------------

         การฟังธรรมที่ถูกต้องจนเข้าใจ หลุดจากความยึดติดในเบื้องต้น จะเป็นกำลังให้เกิดศรัทธาเหนียวแน่นในการปฏิบัติธรรมในขั้นสูง และต่อยอดให้เดินตรงทางอย่างมั่นคง ไม่เสียเวลา ไม่ต้องเดินอ้อม   บรรลุธรรมได้ง่ายกว่า  และเพียงการฟังก็สามารถบรรลุธรรมได้จริง ยืนยันด้วยบุคคลหลายท่านในพระไตรปิฎก  อย่าหลงเชื่อคำกล่าวที่ว่า คนสมัยพุทธกาลบารมีมากกว่าเรา พวกเราไม่มีทางบรรลุได้หรอก  เพราะพระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสสอนแบบนั้น ท่านตรัสยืนยันว่า หากตั้งใจศึกษาปฏิบัติ เจริญสติต่อเนื่องจริง  จะต้องบรรลุธรรมใน 7 วัน 7 เดือน หรืออย่างมาก 7 ปี    ซึ่งก่อนลงมือปฏิบัติจริง  ควรเริ่มจากศึกษาพระไตรปิฎกก่อน เพราะการันตีความถูกต้องได้แน่นอน  

--------------

         ทำความเข้าใจก่อนด้วยว่า ภาษาในพระไตรปิฎก เป็นสำนวนแขก แล้วมีการแปลจากบาลีมาเป็นไทย โดยเน้นคงความหมายตามตัวอักษรเดิม เพราะไม่อยากให้การแปลผิดเพี้ยน ซึ่งส่งผลให้อ่านเข้าใจยากมากสำหรับคนทั่วไป สำหรับหน่วยวัดต่างๆ  ท่านแปลมาตามสำนวนแขก เช่น 500 ชาติ ไม่ได้หมายถึงมี 500 ชาติพอดี แต่เป็นสำนวนแขกที่หมายถึงยาวนานมาก  เหมือนเวลาเราเรียกโจร 500 ไม่ได้หมายถึงว่ามีโจรห้าร้อยคนเช่นเดียวกัน  สำนวนแขกหลายส่วนที่ทำให้คนไทยและคนรุ่นหลังไม่เข้าใจ พาลมองคัมภีร์เป็นเรื่องแต่ง เกินจริง เกินจะเชื่อ แต่น้อยคนจะเข้าใจว่า มันเป็นแค่สำนวนของต่างชาติ ที่ท่านแปลมาตามตัวหนังสือเท่านั้น   จึงควรทำความเข้าใจภาพรวมของเนื้อหา มากกว่าจะมานั่งจับผิดคำแค่บางคำ ที่ติดข้องสงสัยแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไร 

--------------

         กรณีชาดกเรื่องเล่าหลายเรื่อง  หลายคนจะค้าน และไม่อยากเชื่อ  ในความจริงอยากให้เน้นประเด็นหลักเนื้อเรื่องที่แทรกคุณธรรมมากกว่า เหมือนฟังนิทานอีสป คนโง่เท่านั้นที่จะมานั่งจับผิดว่า มีที่ไหน ช้างม้าพูดได้ แต่คนฉลาดจะเข้าใจได้โดยง่าย ไม่สนใจว่า ทำไมช้างม้าพูดได้ แต่ฟังเรื่องทั้งหมด สรุปความ แล้วจับประเด็นว่า ใครทำอะไร ได้ผลอย่างไร เป็นบทเรียนให้คนอื่นและเราทำตามได้อย่างไร     ในเรื่องเล่าจำนวนมาก มีการเล่าด้วยชื่อเมืองเดิม ชื่อคนเดิมๆ ก็เพื่อความเข้าใจของคนในสมัยนั้น ลองคิดดูว่า ถ้าใช้ชื่อเมืองจริงในอดีต ใช้ชื่อคนในภาษาที่ไม่รู้จัก  คนฟังในยุคนั้นจะ งง แค่ไหน  แต่พอเล่าสิ่งหลักๆ ที่เขารู้จัก จิตก็น้อมตามคิดถึงภาพได้ง่าย ได้ชัด แล้วจับประเด็นเนื้อเรื่องว่าทำอะไร ได้ผลอะไร 

--------------

         ยังมีอีกหลายเรื่องที่ถ้าเราเชื่อว่า มีการเวียนว่ายตายเกิดกันหลายแสนล้านชาติจนประมาณไม่ได้  การเล่าถึงสิ่งมหัศจรรย์ อาจไม่ได้หมายถึงสิ่งที่มหัศจรรย์เกินมนุษย์ เหนือธรรมชาติ  แต่อาจเป็นวิวัฒนาการสมัยนั้นที่ล้ำหน้ากว่าสมัยนี้ หรือพอ ๆ กับสมัยนี้  ยกตัวอย่างถ้าท่านกำหนดจิตด้วยกำลังแห่งญาณสมาบัติ มาเห็นภาพในปัจจุบัน มีคนขึ้นเครื่องบิน  คนคุยโทรศัพท์  มีภาพในโทรทัศน์  มีรถยนต์วิ่งสะดวก   ท่านจะไปเล่าให้คนในยุคพุทธกาลฟังอย่างไร ถ้าเล่าตรงความจริง คนก็จะยิ่ง งง นึกภาพไม่ออก  สุดท้ายจิตสงสัยแต่สิ่งที่ไม่ควรสงสัยที่เป็นแค่เปลือกของเรื่อง  เลยไม่ยอมสนใจประเด็นหลักที่ต้องการเล่าเป็นบทเรียนให้ฟังว่าทำสิ่งนี้จึงได้สิ่งนี้ ท่านจึงต้องเอาสิ่งใกล้ตัวมาแทนสิ่งที่เป็นจริง ทั้งชื่อเมือง ชื่อคน สัตว์พูดได้  และลักษณะพิศดารต่างๆ ที่อาจดูเหนือมนุษย์เกินจะยอมรับให้เชื่อตามได้

--------------

         ถึงได้แนะนำไว้แต่แรกนะครับว่า การฟังอะไรก็ตาม ควรฟังจับเอาใจความสำคัญ ฟังสบาย ๆ อย่าพึ่งด่วนพยายามจะเข้าใจ ทิ้งประเด็นย่อย หรือสิ่งไม่ใช่สาระในเนื้อหาออกไปก่อน ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์จากเนื้อหาและเข้าใจง่ายขึ้น  หลักการนี้ใช้ได้ทั้งการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม ที่ดีต่อการเรียนรู้ในทุกด้าน    สำหรับธรรมะ เชื่อไหมครับว่า แค่อดทนฟังไปด้วยใจที่สบาย ไม่เคร่งเครียด ฟังซ้ำไปมา ฟังเป็นประจำในเวลาที่พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป  ฟังไปเรื่อยๆ ทั้งที่ตอนแรกฟังไม่รู้เรื่อง แต่อดทนฟังไป วันหนึ่งคุณจะตกใจและพบว่า อยู่ดีๆ เกิดเข้าใจเนื้อหาขึ้นมาเอง และเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปตามลำดับอย่างไม่น่าเชื่อ  
--------------


         การฟังทำให้เกิดปัญญา และต้องฟังอย่างถูกหลัก ด้วยการไม่กดดันตัวเอง และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ด้วยร่างกายที่ผ่อนคลายพร้อมจะรับข้อมูลด้วยนะครับ  ฝากอีกนิดว่า อย่าเผลอโปรแกรมจิตด้วยข้อมูลที่ทำร้ายตัวเองว่า... เราบารมีน้อย เราไม่มีโอกาสบรรลุธรรม ยุคนี้ไม่มีคนบรรลุธรรมแล้ว เพราะนั่นจะทำให้คุณไม่สามารถบรรลุธรรมได้ ซึ่งอาจติดไปถึงชาติหน้าที่จะคงความคิดนี้ไม่ยอมเปลี่ยน  ตั้งใจ มั่นใจ อดทน พากเพียร เพราะแค่การฟังก็ทำให้บรรลุธรรมได้โดยง่าย มีตัวอย่างมากมายตั้งแต่สมัยพุทธกาล  หากฟังแล้วยังไม่บรรลุ ก็เป็นเหตุใกล้ให้บรรลุได้ง่ายต่อไปในเร็ววัน และเป็นหลักชัย เส้นทาง จุดหมายที่ถูกต้อง เป็นหลักเพื่อการปฏิบัติที่ไม่ต้องทรมานกาย เสียเวลา หรือพลั้งพลาดลงต่ำไปอย่างที่ยากจะถอนคืนกลับมาได้    

--------------

         อย่าลืมว่า..  ทาน ศีล ภาวนา ทุกอย่างเป็นบันไดซึ่งกัน ที่จะส่งเสริมให้เข้าใจธรรมได้ดีมากขึ้น ขอทุกท่านฟังธรรมด้วยจิตผ่องใส บรรลุธรรม พ้นทุกข์กันในชาตินี้ หรือเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ  โอกาสดีที่เป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา และคงคำสอนถูกต้อง หาได้ไม่ง่ายนัก ทุกท่านได้รับโอกาสทองนี้แล้ว ควรรีบขวนขวายเพื่อไม่ต้องกลับมาเจอทุกข์แสนสาหัส จากการเวียนว่ายตายเกิดกันอีกต่อไปเลย  ฟังธรรมะที่ถูกต้องเป็นประจำ จิตจะเป็นกุศล แรงกุศลจะส่งสิ่งดี ๆ คนๆ เข้ามาในชีวิต นำพามาซึ่งความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม คลายทุกข์ เพิ่มสุขได้จริง 

--------------

ขอประชาสัมพันธ์ทิ้งท้าย : หลังทำพระไตรปิฎกฉบับประชาชนเสร็จ จะเริ่มอัดพระไตรปิฎกฉบับเต็ม ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า 2 ปี เพราะมีภาระการงานที่รับผิดชอบหลายด้าน การสร้างพระไตรปิฎกเป็นบุญใหญ่ อานิสงส์สูงที่สุดในด้านธรรมทาน บุญใหญ่มหาศาลอันประมาณมิได้ มีประโยชน์ในการสืบทอดพระศาสนาไปอีกยาวนาน ด้วยรูปแบบการเข้าถึงคนทุกวัยในวงกว้างได้จริง บุญใหญ่มากไม่อยากเก็บไว้คนเดียว ไม่อยากให้คนที่ผมรักและรักผม พลาดโอกาสนี้ จึงตั้งเป็นโครงการให้ทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพจัดสร้างพระไตรปิฎกเสียงอ่านชุดนี้ เพื่อเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต และทำแผ่นส่งถวายวัด หน่วยงาน และบุคคลต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊ก โจโฉ เสียงธรรม หรือที่เว็บ www.jozho.net  ขอทุกท่านเจริญทั้งทางโลกและทางธรรมยิ่งขึ้นไปนะครับ : สัพพะธานัง ธรรมะทานังชินาติ การให้ธรรมชนะการให้ทั้งปวง

-----------
.

รายละเอียดโครงการจัดทำเสียงอ่านพระไตรปิฎก

http://www.jozho.net/index.php?mo=3&art=42312779



.

.

.

*ภาพตัวอย่างกิจกรรมบุญ(คลิ๊ก) 


 
 หน้าแรก  รวมเสียงโจโฉ  สมุดเยี่ยม  บทความ  ภาพกิจกรรม  สนับสนุนโจโฉ  ติดต่อ
By โจโฉ เสียงธรรม.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view