http://www.jozho.net
   
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 19/11/2007
ปรับปรุง 16/09/2017
สถิติผู้เข้าชม10,982,673
Page Views18,164,611
Menu
หน้าแรก
งานบรรยายโดยโจโฉ
เกี่ยวกับ&ที่มา..โจโฉ
ตัวอย่างภาพกิจกรรม
รวมเสียงโจโฉ
เว็บบอร์ด
สมุดเยี่ยม
สนับสนุนโจโฉ
บทความโดยโจโฉ
ติดต่อโจโฉ
เลือกดาวน์โหลด
แนะนำ
มาใหม่ล่าสุด
บอกเล่าเก้าสิบ
สวดมนต์ สมาธิ
Video ธรรม
ข่าวร้อน
.
 

แนะนำหมอดูและการดูดวง

 * แนะนำ...หมอดูและการดูดวง *

โจโฉ คร้าบบบ  www.jozho.net


บทความนี้ เขียนขึ้นไม่ได้สอนให้คนงมงาย  เพียงแต่เข้าใจว่าเรื่องบางเรื่องเราห้ามความเชื่อของคนไม่ได้ การดูหมอไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น ถ้าเราเป็นคนดี มีศีลบริสุทธิ์ และเข้าใจธรรมะดีพอ  แต่คนส่วนใหญ่ยังมาไม่ถึงตรงนี้ ก็จะไขว่คว้าสนใจหากันเอง จึงทำให้ไปเจอหมอดูหมอเดาที่ไร้สาระหรืออาจโดนหลอกลวง เป็นการงมงายแบบผิดๆ  ในเมื่อห้ามไม่ได้ก็แนะนำสิ่งที่ดีที่สุดและวิธีตัดสินคร่าวๆ เกี่ยวกับหมอดูว่า คนไหนควรเชื่อถือแค่ไหนอย่างไร    ซึ่งบทควาามนี้แค่แนะนำและอธิบายให้คนเลิกงมงาย และดูหมอกับคนที่น่าเชื่อถือ หรือคนที่สามารถให้แนวทางชีวิต ให้ประโยชน์กับคุณได้จริงๆ   อย่างน้อยก็ยังดีกว่าที่จะไม่มีหลักเกณฑ์อะไรในการตัดสินใจเชื่อ หรือดีกว่าไปเจอหมอดูที่ไม่มีความรู้เรื่องธรรมอยู่เลย ให้ทางแก้ไม่ถูกธรรม ไม่ถูกทาง  การดูหมอกับคนที่น่าเชื่อถือหรือเข้าใจธรรมะ อย่างน้อยก็ยังได้หลักหรือแผนที่ของชีวิตที่จะทำให้พอมองเห็นว่า ควรดำเนินชีวิตไปอย่างไร 

จริงๆ ถ้าผมจะแนะนำจริงๆ เท่าที่เจอมา คนที่เป็นที่สุดในดวงใจของผมก็คือ คุณดังตฤณ  แต่เนื่องจากท่านไม่รับดูดวงให้ใคร จะมีเฉพาะคนพิเศษเท่านั้น ที่ท่านจะบอกกล่าวให้เพื่อประโยชน์ของคนบางคนจริงๆ   ใครจะว่าท่านอย่างไร แต่โดยส่วนตัวที่ได้พูดคุยและพบเจอมา ก็จึงได้รู้ว่า ของจริงอยู่ตรงนี้ ผู้ที่รู้ธรรม รู้กรรม รู้อดีต อ่านใจได้ มีอภิญญา เป็นฆราวาสที่ผมนับถือได้อย่างสนิทใจ ทั้งแง่มุมในการอธิบาย ความเข้าใจและการให้แนวทาง   ตามความเป็นจริงแล้ว หมอดูที่ดี ที่มีประโยชน์ต้องมีคุณสมบัติอย่างคุณดังตฤณเท่านั้น   เมื่อคราวที่ผมได้รับความเมตตา ผมถามปัญหาท่านในใจเท่านั้น ไม่ได้เอ่ยปากออกมาเลย  แต่คำตอบที่พรั่งพรูออกมา ทำให้ผมเชื่อมั่นได้ว่า นี่คือของจริง  ยังไม่นับกับบทความที่กระแทกใจโดนเต็มๆ กับหลายเรื่อง ที่เราเห็นกับใจว่า ท่านผู้นี้เป็นผู้ที่ภูมิจิตและปัญญาอยู่ในระดับสูงกว่าเราแค่ไหน  ทุกข้อความที่ผมแนะนำว่า หมอดูที่ดีควรเป็นอย่างไร  ล้วนมีอยู่ในคุณดังตฤณเกือบทั้งหมด  แต่อย่างที่บอก ท่านไม่รับดูดวงให้ใคร และไม่ค่อยยินดีนักถ้าลูกศิษย์ จะไปถามท่านในเรื่องเหล่านี้  ท่านเน้นให้เราเข้าหลักการปฏิบัติซะมากกว่า  

นี่คือเหตุผลที่หลายคนรอเอาหนังสือให้คุณดังตฤณเซ็น แม้จะต้องยืนรอนานแค่ไหน   ก็เพราะระหว่างเซ็น เราสามารถถามเรื่องการปฏิบัติ และในหลายๆ ครั้ง ความสงสัยในใจหลายๆ เรื่อง คุณดังตฤณท่านก็จะเมตตาตอบมาให้เอง ตามความเหมาะสม ว่าใครสมควรรู้อะไรแค่ไหน   ถ้ามีโอกาสผมก็ไม่อยากให้ไปรบกวนครูบาอาจารย์มากนัก  สำหรับใครหลายคนผมอยากให้ตั้งใจรักษาศีล ทำตัวให้ดี อยุ่ในทาน ศีล ภาวนา และอธิฐานเอา ด้วยพลังบุญและความดีของเรา ถึงเวลา ครูบาอาจารย์ท่านจะเมตตาเอง หรือบุญจะส่งเราให้ไปได้เจอ ได้อะไรเอง โดยไม่ต้องไปแสวงหาให้เหนื่อยยากเลยนะครับ   มาเข้าบทความกันเลยดีกว่า จริงๆ มีประเด็นอีกเยอะที่ผมยังไม่ได้อธิบายหรือเขียนไว้นะ   แต่เห็นว่าเยอะแล้ว เอาไว้ว่างๆ จะมาเขียนเพิ่มละกัน  เรื่องหมอดูหมอเดานี่ มีอะไรให้เขียนเยอะมาก  แล้วก็เจอมาเยอะจริงๆ 

ย้ำว่า  ดวงจะดี เพราะเราทำดี  กรรมในอดีต ก็สู้กรรมปัจจุบันไม่ได้  

ศีล 5 ความกตัญญู การให้ทาน การภาวนา สำคัญมากที่จะทำให้ดวงดี 

ถ้ามั่นใจว่าทำดีถึงที่สุดแล้ว อดทนต่อไป รับรองผลดีกำลังจะตามมาแน่ โดยไม่ต้องพึ่งหมอดูเลย  

*****************************


ก่อนจะไปดูหมอและเชื่อหมอดูหรือผู้มีพลังจิตมีอะไรพิเศษทั้งหลายนะครับ  ควรจะทำความเข้าใจหลักการเบื้องต้นก่อน เพื่อจะได้ไม่หลงทางและไม่งมงายกับการเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น

 

หมอดูที่ดีและน่าเชื่อถือคาดเดาอะไรได้ถูกต้องหมดนั้นมีเพียงพระพุทธเจ้าพระองค์เดียว เพราะการจะทำนายได้ถูกต้อง ต้องมีอภิญญาครบ รู้อดีต รู้อนาคต และรู้แจ้งในหลักกรรม การให้ผลของกรรม  แม้กระนั้นพระพุทธองค์ก็ยังไม่ทรงทำนายอะไรแบบฟันธงเหมือนที่หมอดูสมัยนี้ชอบทำ แล้วดูไปดูมาเหมือนหมอดูสมัยนี้จะเก่งเกินพระพุทธเจ้านะครับที่กล้าฟันธงหรือคอนเฟริ์มไปทุกเรื่อง  เพราะสิ่งที่สามารถทำนายได้ถูกต้องจริงๆ นั้น ต้องเป็นกรรมหนักที่ต้องให้ผลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่ถ้าเป็นกรรมทั่วไป ตราบใดที่คนนั้นยังมีโอกาสสร้างกรรมดีเพิ่ม กรรมเก่าที่จะให้ผลร้ายก็อาจเปลี่ยนหรือยังไม่ให้ผลได้  ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอด้วยการทำกรรมปัจจุบันให้ดีที่สุด  นี่คือหลักที่คนชอบดูดวงควรจะคำนึงไว้ให้มาก

 

เหมือนกับหลักการบรรลุธรรม ที่พระพุทธองค์ไม่เคยทรงทำนายเลยว่า ในยุคกี่พันปีต่อมาจะไม่มีพระอริยะ  ซึ่งปัจจุบันเราเจอนักมั่วธรรมะ ที่ไม่รู้ไปเอาคำพูดหรือตำราจากตรงไหนมาอ้างอิง หาว่าพระพุทธองค์ตรัสว่า ยุคนั้นยุคนี้จะไม่มีพระอริยะ ไม่มีคนสำเร็จอภิญญาแล้ว เป็นการกล่าวตู่และบิดเบือนพุทธพจน์ เป็นบาปแก่ตนเองอย่างยิ่ง   ซึ่งในความเป็นจริง พระองค์ตรัสเพียงประมาณว่า  ตราบใดที่ยังมีผู้ปฏิบัติ มีการเจริญสติ ผู้สำเร็จบรรลุมรรคผลย่อมมีได้ ถ้าไม่ปฏิบัติ ไม่เจริญสตินั่นแหละ พระอริยะถึงจะไม่มี  คือกล่าวประมาณนี้นะครับ  จะเห็นได้ว่า พระองค์ทรงเป็นสัพพัญญูรู้แจ้งทุกอย่าง ยังไม่ทรงฟันธงเลยว่า อะไรจะเกิดหรือไม่เกิดโดยที่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงไปในทางดีหรือทางร้าย

 

การดูหมอตามตำรา ตามเลขดวง วันเกิด หรือไพ่ หรืออะไรก็แล้วแต่  ผมอยากให้ลองคิดนะครับ ว่ามันจะแม่นจริงๆ ได้อย่างไร มันก็แค่หลักสถิติการคาดเดาว่าควรจะเป็น ความน่าจะเป็นเท่านั้น  อยากให้นึกถึงพระพุทธเจ้าให้ดีนะครับ ว่าพระองค์เก่งกว่าหมอดูพวกนี้แค่ไหน ท่านยังไม่ทรงทำนายอะไรแบบปิดประตูไม่มีทางเลือกแบบที่หมอดูหมอเดาพวกนี้ชอบทำนายเลย  ในความเป็นจริงหมอดูหรือโหรสมัยก่อนถึงจะใช้เลขวันปีเกิดมาทำนาย ท่านก็ไม่ได้ทำนายตามตำราแค่นั้น เพียงแต่ว่า แต่ละท่านเป็นพราหม์หรือผู้ปฏิบัติธรรมที่ฝึกสมาธิมาในระดับค่อนข้างสูง ที่ทายค่อนข้างแม่นและตรงนั้น ท่านใช้เลขฐานดวงเป็นหลักคร่าวๆ เท่านั้น ที่เหลือคือพลังจิต หรือพลังสมาธิล้วนๆ  จึงสามารถทำนายทายทักได้ค่อนข้างแม่นระดับหนึ่ง  แต่ก็อย่างที่บอก คนที่จะแม่นจริงๆ ได้ มีแต่พระพุทธเจ้าเท่านั้น  ต้องบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสและมีอภิญญาครบถ้วนแตกฉานในหลักกรรมเท่านั้น ถึงจะทำนายได้ตรงและแม่นจริงๆ 

 

อีกเรื่องที่ผมได้ยินบ่อยและรู้สึกขัดใจมากก็คือ คำกล่าวที่ชอบเอามาอ้างกันว่า พระพุทธองค์ตรัสว่าอย่าสนใจเรื่องกรรม เพราะเป็นอจินไตย คือคิดไปก็ไม่ได้ประโยชน์ ผมจะบอกช้าๆ ชัดๆ นะครับว่า  .. คุณดูกันหรือเปล่าว่า ท่านกล่าวกับใคร กล่าวในเวลาไหน

มีธรรมะเยอะมากที่ท่านกล่าวให้เฉพาะบุคคลฟัง แต่คนรุ่นหลังก็เหมาเอามาเป็นหลักที่ทุกคนต้องปฏิบัติ  เรื่องกรรม เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด  ส่วนใหญ่เท่าที่เจอในพระไตรปิฎก ท่านจะกล่าวกับบุคคลบางประเภท หรือเฉพาะบุคคลบางคนเท่านั้น เช่น เจ้าลัทธิ หรือคนที่มีทิฎฐิแรง บางคน เพราะคนพวกนี้ บางคนปัญญามาก บางคนช่างสงสัย ถ้าบอกเรื่องพวกนี้ไป ก็ตอ้งตอบไม่จบไม่สิ้น แล้วคนพวกนี้เขาบารมีพอที่จะสอนให้ปฏิบัติแล้วเข้าใจและสามารถบรรลุได้เร็ว ท่านจึงบอกว่า อย่าไปสนเลยเรื่องพวกนี้ไม่จำเป็น มาสนใจธรรมะดีกว่า  พอคนพวกนี้น้อมจิตฟังธรรม ก็บรรลุได้โดยง่าย    แต่ต่างกับชาวบ้านธรรมดา หรือคนจริตอื่นๆ ที่พระองค์ก็ทรงเล่าเรื่องกรรมเก่า เรื่องนรก สวรรค์ เทวดา ไว้เต็มพระไตรปิฎกไปหมด สำหรับคนที่เหมาะสมท่านก็ตรัส ทรงเล่าให้ฟัง

 

ผมว่าคนสมัยนี้สับสนมากเลยนะ  อย่างลัทธิกรรมเก่านั่นอีก ชอบเอามาอ้างให้คนไม่สนใจเรื่องกรรม  คือกรรมในที่นี่ เขาหมายถึงลัทธิที่เชื่อแต่กรรมเก่าว่ากรรมเก่าส่งผลให้เป็นแบบนี้แล้วมันไม่เปลี่ยนแปลง ต้องยอมรับสภาพนี้ เชื่อแบบนี้แหละที่ไม่ควรจะเชื่อ เพราะส่งผลเสียหายมาก  ศาสนาพุทธไม่ได้ปฏิเสธว่า ไม่ควรเชื่อกรรมเก่า แต่ควรจะรู้ว่ากรรมที่เราทำมีผลต่อเราในอนาคตอย่างไร และจากอดีตนั้นส่งผลให้ปัจจุบันเป็นอย่างไร ไม่ยึดติด แต่ให้เข้าใจเหมือนเรากินผักทุกวัน โตขึ้นก็ต้องแข็งแรง แต่ถ้าไม่กินผัก โตขึ้นก็แข็งแรงได้ยาก   เรียนรู้สำหรับคนที่เหมาะสมจะรู้ ไม่ใช่ว่าจะปฏิเสธไปเลยทั้งหมด  .. ถ้าไม่เชื่อว่ากรรมส่งผลได้จริง กรรมอดีตส่งมาปัจจุบัน และปัจจุบันส่งไปอนาคตได้ แล้วถามจริงๆ คนธรรมดาทั่วไปนี่ เขาจะอยากทำดีหรือไม่    การมีหมอดูเก่งๆ ที่เก่งจริง และให้ทางแก้แบบถูกทาง จะมีประโยชน์มาก สำหรับคนกลุ่มใหญ่เลย ที่จะได้ทำบุญแบบถูกทาง หรือปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้อยู่ในร่องในรอย จนพัฒนาตนเองไปสู่ทางสว่างได้   

 

เรื่องของธรรมะนี่ บางทีเราก็หลงประเด็นกันไปเยอะนะครับ โดยเฉพาะผู้ที่ศึกษาตำรามากเกินไป  บางอย่างก็เอาอารมณ์พระอรหันต์มาสอนคนธรรมดา ที่เขายังไปไม่ถึง   ศรัทธายังไม่เกิด ก็ปลูกฝังปัญญาระดับลึกกันแล้ว ผมยกตัวอย่างนะ  ทำไมเราถึงสอนเด็กเล็กๆ ว่า ไม่ควรเล่นหมากเก็บในบ้านตอนกลางคืน  เหตุผลที่เราให้กับเด็กก็คือ เดี๋ยวผีมาหลอก  แต่จริงๆ ก็คือ เราไม่อยากให้เด็กเล่นเสียงดัง หนวกหู   เหตุผลและการอธิบายบางอย่างมันเป็นกุศโลบายและง่ายต่อความเข้าใจของคนในระดับหนึ่ง  การจะเผยแพร่ศาสนาและการจะสอนศีลธรรม ทุกอย่างต้องมีขั้นตอนและความเหมาะสมกับปัญญาและจริตด้วย  ไม่ใช่เอะอะอะไรก็จะวิปัสสนา ตัดขาดทุกอย่าง ไม่เอาหรอกเรื่องนรกสวรรค์ กรรม ไร้สาระ  ปฏิบัติสติปัฎฐานเลยดีกว่า เป็นทางพ้นทุกข์ได้จริง   ใช่ครับ  ไม่เถียง แต่สำหรับคนทีเขายังไม่มีพื้นหละ การปลูกฝังศรัทธาและความเข้าใจเบื้องต้นมันจะสมควรกว่าหรือไม่   

 

สำหรับพระเกจิอาจารย์ทั้งหลาย ผมไม่เถียงนะ เพราะท่านเหมือนครูสอนระดับปริญญาแล้ว ท่านก็คงไม่อยากมาเสียเวลาสอนเด็กอนุบาล เพราะความสามารถอันสูงส่ง กับเวลาในโลกมนุษย์ที่จำกัด ผมเชือ่ว่า ท่านก็เลยเห็นว่า อะไรที่ควรทำและควรสอนในเวลาที่เหลือน้อยเช่นนี้ ส่วนหน้าที่สอนเด็กๆ เล่านิทาน หรือวิธีอื่นๆ ง่ายๆ ก็ปล่อยเป็นหน้าที่ของคนอื่นๆ  ไปจะดีกว่า  ซึ่งกลับกลายเป็นว่า พวกลูกศิษย์ก็กลายเป็นแอนตี้และแทบจะทั้งวงการศาสนาส่วนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ที่เห็นว่าการสอนเรื่องนรกสวรรค์ กฎแห่งกรรม เป็นสิ่งไร้สาระ ไม่มีในศาสนาพุทธ   ทำให้คนจำนวนหนึ่งเสียโอกาสในการเข้าถึงธรรมที่แท้จริง  เพราะจริตปัญญาเขามีแค่นี้ เขาควรจะได้รับพื้นฐานในสิ่งที่พวกคุณเห็นว่าไร้สาระเสียก่อน เพียงแต่ว่า สิ่งเหล่านี้ต้องสอนแบบถูกทางและไม่งมงายก็เท่านั้น  ผมเองกว่าจะมีวันนี้ วันที่เข้าใจในระดับที่เรียกว่าน่าจะโอเคประมาณหนึ่ง  การเสียสละชีวิตเพื่อสังคมได้ขนาดนี้ ก็เพราะความรู้ในแบบที่พวกคุณบอกว่าไร้สาระ ไม่ใช่ทางดับทุกข์นี่แหละ  .. แล้วพอผมไปบอกต่อคนอื่น คนอื่นก็เก็ทเข้าใจง่ายด้วยเหมือนกัน   ถ้าไม่มีเรื่องพวกนี้ อยู่ดีๆ มาสอนผมดูจิต หรือมาพูดธรรมะอะไรให้ผมฟัง ผมก็คงไม่เข้าใจและก็คงเห็นธรรมะเป็นของยาก น่าเบื่อไปเลยหละ 

 

ผมแปลกใจมากก้ตรงทีในพระไตรปิฎก ผมอ่านมา พระพุทธองค์ท่านก็ตรัสเรื่อง นรก สวรรค์ เทวดา  กฎแห่งกรรม เยอะมาก เยอะกว่าที่ท่านจะบอกว่า เรื่องพวกนี้ไม่ควรรู้ ไม่ควรสนใจ ซึ่งเป็นประโยคที่ท่านตรัสกับคนไม่กี่คนเท่านั้น แล้วน้อยกว่ามากด้วย แต่เราก็เอามาเป็นสาระสำคัญในการห้ามที่จะสอนในสิ่งที่คนเขาสนใจและเป็นพื้นฐานในการให้เกิดการกลัวบาปกัน 

 

ถึงเรื่องกรรม จะเป็นเรื่องดีที่ควรสอนอย่างไร แต่ก็ปรากฎความจริงว่า ในปัจจุบันก็หาคนที่สอนแบบถูกทาง ไม่งมงาย และรู้จริงได้ยากมาก  โดยเฉพาะพวกหมอดูที่ชอบทายเรื่องกรรมแต่กลับไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้อย่างแท้จริงเลย ก็เลยได้แต่เดาผิดบ้างถูกบ้าง บอกวิธีถูกบ้างผิดบ้าง ไปๆมาๆ ก็กลายเป็นงมงาย   แล้วก็ดูไร้สาระไปจริงๆ ในสายตาของคนส่วนใหญ่  ที่เชื่ออยู่แล้วก็งมงายหนักไปอีก ที่ไม่เชื่อก็ยิ่งไม่เชื่อเข้าไปใหญ่ เห็นเรื่องกรรมเป็นของตลกไร้สาระ ไม่มีจริง 

 

เคยเจอแม้กระทั่ง พวกปฏิบัติธรรมแบบเข้มข้น แต่ไม่เชื่อว่า นรก สวรรค์มีจริง เทวดามีจริง  ได้แต่งง ว่า ปฏิบัติกันยังไง ถึงได้เกิดมิจฉาทิฎฐิขนาดนี้  แล้วจะเข้าถึงพุทธคุณข้อที่ท่านบำเพ็ญบารมีมาหลายแสนชาติได้อย่างไร  จะเข้าถึงธรรมะในระดับลึกได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งที่มีอยู่ แต่กลับบอกว่าไม่มี ครูบาอาจารย์พระป่า พระอรหันต์ พระพุทธเจ้าก็ตรัสเรื่องพวกนี้ไว้เต็มไปหมด  ก็ยังไม่เชื่อ แต่ก็ยังบอกตนเองว่าเป็นชาวพุทธ ยังไปทำบุญ ยังไหว้พระ  .. แต่กลับไม่เชื่อคำสอนของพระ ไม่เชื่อที่ท่านบอก  น่าแปลกไหมหละ 

 

อยากฝากหลักการเลือกหมอดูและหลักการในการเชื่อหมอดูไว้คร่าวๆ ดังนี้

1. ควรดูว่าหมอดูที่ดู ดูด้วยหลักอะไร  ถ้าดูไพ่ ดูตามเลข ตามตำรา  อันนี้มันแค่หลักสถิติธรรมดา ดูเล่นๆ ได้ แต่อย่าเชื่อ

2. หมอดูคนที่เราดู ปฏิบัติธรรมหรือไม่ มีศีลบริสุทธิ์หรือเปล่า ตามหลักธรรมชาติแล้ว คนที่มีศีลบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จิตจะอยู่ในสภาวะทีสะอาดใส แล้วมองเห็นกรรมของคนอื่นได้จริง  เหมือนคนเมากับคนไม่เมา ให้มาอ่านหนังสือลองคิดดูว่า ใครจะอ่านได้ละเอียดและเข้าใจได้ดีกว่ากัน  จิตที่ไม่บริสุทธิ์ต่อให้ไปเห็นภาพนิมิตรจริงๆ ก็จะตีความและแปลความได้ไม่ถูกต้องหรอก   หมอดูที่เจ้าชู้ กินเหล้า ตบยุง  เขาจะเอาพลังจิต จะเอากระแสจิตบริสุทธิ์จากตรงไหน มาดูดวง ดูกรรมที่ซับซ้อนของคนอื่นได้

3.ศึกษาสักนิดว่าหมอดูที่เราคิดว่าปฏิบัติธรรม มีศีลบริสุทธิ์นะ บริสุทธิ์จริงหรือเปล่า ศึกษาธรรมะมาถูกต้องตรงทางหรือไม่  ปัจจุบันขนาดคนดังๆ ที่ออกทีวี ที่ว่าเก่งเรื่องกรรม ผมยังเห็นเลยว่า ความรู้ทางธรรมะอ่อนมาก  ยกตัวอย่างเช่น การภาวนา ก็ไปแปลว่า คือการสวดมนต์ภาวนา  การทำวิปัสสนาก็ไปบอกว่าเป็นการทำสมาธิ การทำจิตให้สงบ  หรือแม้แต่ กรรมทายาท ผมฟังมากับหูเลยที่เขาบอกว่า คือ กรรมของพ่อแม่ที่ตกเป็นทายาทมาสู่ลูก... ฟังแล้วเพลียครับ เพลียจริงๆ  แล้วเป็นคนดังที่มีผลต่อสังคมซะด้วย แต่กลับไม่ศึกษาธรรมะให้เข้าใจแล้วก็ให้ความรู้ธรรมะแบบผิดๆ กับชาวบ้าน  เมื่อตัวเองยังไม่กระจ่างแจ้งในธรรมพื้นๆ แบบนี้เลย ถามว่าแล้วเวลาไปเห็นนิมิตร เห็นภาพอะไรมา จะแปลถูกหรือ จะแน่ใจได้อย่างไรว่า ไม่ใช่จิตตัวเองปรุงแต่งภาพขึ้นมา แล้วก็มาตีความเป็นตุเป็นตะ  เรื่องของจิต ถ้าใครศึกษาปฏิบัติถูกทางจริงๆ ก็จะเข้าใจได้ไม่ยากว่า สภาวะจิตสงบแต่ขาดปัญญานั้น จิตไม่กระจ่างใสพอจะเข้าไปรู้เห็นอะไรได้จริงๆ หรอก  ภาพที่เห็น ภพที่เจอบางทีก็ของหลอกตา จิตสร้างมาหลอกตัวเองทั้งนั้นแหละ

 

4.หมอดูที่เก่งจริง นอกจากจะรู้หลัก และมีจิตที่สะอาด มีศีล เป็นคนฝึกจิตได้ระดับหนึ่ง เข้าใจหลักทางทฤษฎีในเรื่องของหลักกรรมและธรรมะแล้ว ก็จะต้องรู้รอบคอบถึงวิธีแก้ด้วย  การรู้กรรมในอดีตถ้ารู้ได้จริงๆ  สำหรับคนที่มีปัญญามันจะมีประโยชน์มาก เช่นถ้ารู้ว่าเราเคยขโมยของวัดมาในอดีต  ชาตินี้เราก็จะได้เอาเงินไปทำบุญคืน  เคยฆ่าสัตว์มามาก เราก็ไปปล่อยสัตว์ให้ชีวิตสัตว์คืนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  คือต้องเข้าใจนะว่า การทำบุญแต่ละอย่างมีอนิสงส์ไม่เหมือนกัน  เมื่อเราทำบาปด้านไหนมา เราก็ต้องทำบุญด้านนั้นเพื่อลดหย่อยผ่อนโทษหรือทำให้บาปมีกำลังน้อยกว่าจนตามไม่ทันด้วย  ไม่ได้คิดว่าจะให้ทำบุญด้วยความโลภ แต่มันก็เป็นการทำบุญแบบฉลาดและถูกทาง  พอบาปที่เคยผิดพลาดไว้ตามไม่ทัน  เราก็ไม่ต้องประสบชีวิตลำบากหรือเป็นโรคร้าย ก็ยังพอมีเวลาได้สะสมบุญกุศล พัฒนาจิต พัฒนาตนให้บรรลุอริยะผลได้แบบง่าย   ผมถามว่า คนมีเงิน มีฐานะพร้อม สุขภาพดี มันปฏิบัติธรรม หรือปล่อยวางอะไรได้ง่ายกว่าหรือเปล่า ทำบุญ ทำทานได้สะดวกและสะใจกว่าคนจน คนป่วย หรือเปล่า 

 

การปฏิบัติธรรม การศึกษาธรรมะ ขณะชีวิตปกติ จิตเป็นสุข ไม่ป่วยไข้ มันสัปปายะหรือ สะดวกสบายกว่าหรือเปล่าหละ  นี่แหละคือผลของการรู้จักกรรมที่ตัวเองเคยผิดพลาด และหมั่นแก้ไขหรือทำสิ่งตรงข้ามแบบถูกทาง และมีผลต่อชีวิต ต่อการพัฒนาตนเองได้จริง  เชื่อกรรม เชื่อแบบถูกทางและไม่งมงาย มันมีประโยชน์มากกว่าผลเสีย  สำคัญคือหมอดูที่ดูดวง ดูกรรมให้ ต้องเก่งจริง และสามารถทำให้คนเชื่อแบบไม่งมงาย มีสติ มีเหตุผลประกอบที่ถูกต้องด้วย   ซึ่งปัจจุบันเราเจอหมอดูประเภทนี้ได้ยากมาก ถึงมากที่สุด  ส่วนมากอาจรู้อดีต แต่ไม่รู้อนาคต  บางคนรู้หมด แต่ว่าจิตไม่บริสุทธิ์ ก็ปรุงแต่งเรื่องเป็นภาพนิมิตรซ้อนให้สับสนเข้าใจผิดไปอีก  บางคนไม่เคยศึกษาธรรม ไม่ปฏิบัติ ก็ตีความและเข้าใจผิด บอกทางแก้ผิด บอกเหตุผลผิด ทำให้คนหลง งมงาย และอาจถึงขั้นเข้าใจหลักธรรมะผิดๆ และใช้ชีวิตแบบผิดไปเลย 

 

5.หมอดูหลายคนแม้จะมีอะไรครบถ้วนแล้ว แต่สิ่งที่ต้องพึงสังวรณ์เสมอก็คือ บางครั้งท่านเก่งจริง แต่อาจจะทำนายผิดได้ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น คนที่มีบารมีสูงเกินไป หมอดูธรรมดาทำนายไม่ได้ บางคนมีกรรมเก่าทำไว้แรงมากจนกรรมนั้นเองปิดบังไม่ให้หมอดูเห็นและทำนายผิด เพราะเมื่อทำนายผิด ก็จะมีผลให้แก้กรรม หรือทำการไถ่โทษแบบผิดๆ  คำว่าแก้กรรม มีคนบอกเยอะว่า เราแก้กรรมไม่ได้  คือผมอยากให้มีสติซักนิดนะครับ ว่า คำพูดสำหรับชาวบ้านเข้าใจง่าย กับคำพูดที่เป็นหลักธรรมขั้นปรมัตถุ์ เราต้องแยกแยะออกจากกัน ว่าควรพูดตรงไหน  ตามหลักธรรมขั้นสูง โอเคเราแก้กรรมไม่ได้  แต่เวลาเราพูดกับคนทั่วไปเราก็ต้องพูดว่าเป็นการแก้กรรม เพื่อจะได้เข้าใจง่ายๆ   เพลียมากเลยนะ ถ้าจะมาเถียงด้วยประเด็นของการสื่อสาร ที่พวกปัญญาสูงๆ มักจะไม่เข้าใจว่า การสื่อสารกับคนธรรมดาทั่วไปเราต้องใช้ศัพท์ธรรมดา เพียงแต่อธิบายเสริมให้เข้าใจอย่าหลงทางก็เท่านั้น

 

การแก้กรรมในทีนี้ ก็เหมือนกับเรา เอาเกลือใส่แก้ว มันก็เค็ม เราก็แก้โดยเอาน้ำเปล่าใส่ให้เยอะ เมื่อมีน้ำเปล่าเยอะ เกลือมันก็ไม่เค็ม แต่เกลือก็ยังอยู่เหมือนเดิม   ดังนั้นเมื่ออดีตเคยทำกรรมดำด้านไหนมา เราก็ต้องทำกรรมขาวที่มันอยู่ตรงข้าม เพื่อแก้กรรม หรือให้กรรมมันแสดงผลไม่ได้  จะสรุปยังไงเราก็บอกชาวบ้านได้ง่ายๆ ว่านี่คือการแก้กรรมนั่นเอง

 

คนที่ทำกรรมมาหนักๆ บางครั้งกรรมที่ทำอาจจะทำให้หมอดูทีว่าแม่นๆ นั้น ดูพลาดไปมากเลย มีผลทำให้เราทำกรรมขาวตรงข้ามกับกรรมดำที่เคยทำมาในอดีตไว้ไม่ได้ ไปทำบุญก็ไปทำบุญด้านอื่น ซึ่งบุญด้านอื่นมันก็ส่งผล แต่ก็ส่งผลให้อนิสงส์ในแนวของบุญนั้นๆ  เช่น เคยฆ่าสัตว์มามาก ทรมานคนให้ตายทั้งเป็น แล้วมาเผยแพร่ธรรมะอย่างเดียว ผลมันก็คือ เกิดมามีแต่โรค มีแต่อุบัติเหตุ แต่เป็นคนมีปัญญาเข้าใจธรรมะ  เห็นไหมว่า ธรรมทาน มันช่วยให้เกิดปัญญา แต่มันไม่ได้ช่วยให้ร่างกายบรรเทาจากโรคและอาการแพ้ต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากการฆ่าสัตว์ไว้  สิ่งที่เราควรทำก็คือ  ต้องไปปล่อยปลา ถวายยารักษาโรค ช่วยชีวิตคน หรือมีอีกหลายวีธีที่เป็นกรรมตรงข้ามกัน  ทำร้ายชีวิตเขา ก็ต้องให้ชีวิตคืน .. นี่มันต้องแบบนี้  คนเลวมากๆ หมอดูก็ดูกรรมไม่ออก แล้วเราก็ไปหาว่าเขาไม่แม่น

 

เรื่องความไม่แม่นของหมอดูก็ยังมีอีก  บางครั้งการใช้พลังจิตในการดูกรรมหรืออะไรต่างๆ มันใช้พลังงานสูงมาก คนธรรมดาทียังไม่ใช่ระดับพระอริยะชั้นสูง ก็ต้องมีเหนื่อย มีเพลีย เมื่อร่างกายหรือจิตอ่อนเพลีย มันก็ส่งผลให้จิตล้าจนพล่าเลือน เห็นอะไรไม่ชัด หรือผิดพลาดไปได้ ซึ่งโดยปกติ คนทีว่าแม่นๆ ทั้งหลายนั้น จะมีการผิดพลาดได้ประมาณ 20 % เป็นปรกติอยู่แล้ว ฉะนั้นจงทำใจและอย่าปักใจเชื่อหมอดูมากนัก แม้เขาจะร่ำลือว่าแม่นแค่ไหนก็เหอะ  เพราะเราอาจจะเป็นชนกลุ่มน้อยที่ไปในจังหวะที่หมอดูท่านนั้นๆ กำลังจิตตกหรือจิตอ่อนล้าก็ได้    อย่างที่บอกนะ มีพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่ท่านทำนายได้ตรงจริงๆ โดยไม่คลาดเคลื่อน

 

และบางครั้งหมอดูบางคนอาจจะแกล้งทายไม่แม่นนะครับ เช่น  ถ้ารู้ว่าคู่นี้จะเลิกกัน ไม่ใช่เนื้อคู่กันแน่ ตามหลักแล้วไม่ควรทำนายครับว่าจะเลิกกัน เพราะเขาจะเลิกกันเพราะหมอดูนี่แหละไม่ใช่ดวงหรอก  แต่หมอดูที่เก่งจะมีกุศโลบายในการทำนาย เช่นจะต้องบอกว่า ดวงอาจไม่ค่อยดีอาจมีปัญหากับแฟนนะ ให้หมั่นทำบุญร่วมกัน ทำดีต่อกัน  ถ้าทำดีต่อกันให้มาก ถ้าไม่มีกรรมมาตัดรอนให้ต้องพลัดพรากและกำลังบุญมีมากพอ ก็จะได้ครองคู่กันไปอีกนาน  แต่ต่อให้ดวงเป็นเนื้อคู่กัน จะต้องอยู่ด้วยกันจนวันตาย แต่ถ้าลองนอกใจแฟน ด่าแฟนทุกวัน  มันก็คงไม่อยู่กับเราหรอก  ถึงจะดูรู้ว่าต้องเลิกกันแน่ ที่หมอดูที่เก่งจริง เขาจะต้องไม่บอกหรอกว่าจะเลิกกัน จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกอย่างจบด้วยดี หรือเพื่อให้มีโอกาสครองคู่กันต่อไปได้  บางคู่พอเลิกกันไปก็มาโทษหมอว่าไหนบอกว่าจะไม่เลิกกันไง  ..ก็ถ้าหมอบอกว่าต้องเลิกกัน พวกคุณก็คงไม่พยายามทำดีต่อกันหรอกมั้ง และในความเป็นจริง พวกเขาก็ไม่ได้ทำดีต่อกันให้เพียงพอ จนในที่สุดก็ต้องเลิกกัน  ผมเคยคบกับแฟนคนหนึ่งที่ไปดูหมอแถวท่าพระจันทร์ ผมหงอกๆ นั่นแหละ  แล้วเขาบอกว่า เนี่ยดวงจะต้องเลิกกับแฟน ไม่มีใครจริงใจด้วยหรอก ยังไงก้ไม่มีคู่ โดนทิ้งแน่ อะไรประมาณนี้นะ  แฟนผมกลับมาก็บอก ทำใจแล้ว หมอบอกแบบนี้.. ผมก็ขำเลย บอกเออ ช่างกล้าพูดหว่ะ  เพราะผมก็รักของผมจะตาย แต่แฟนเก่าผมเขาร้ายมาก เอาแต่ใจ นิสัยไม่ดี  ผมก็บอกกลับไปว่า หมอดูแบบนี้ไม่น่าเชื่อถือแล้วหละ  พูดมาได้ไง แบบนี้คนเขาแทนที่จะทำดีต่อกัน เขาก็หมดกำลังใจแล้วนั่งรอวันเลิกกันนะซิ  ตามหลักกรรม ต้องบอกว่า เราทำตัวดีก็จะได้สิ่งดีๆ  อยากให้มีคนรัก เราก็ต้องรักและทำดีกับเขาให้มาก หมั่นชวนกันทำบุญ แล้วทุกอย่างก็อาจจะบรรเทากรรมที่ต้องเกิดมาโดนแฟนนอกใจหรือโดนทิ้งได้  อะไรประมาณนี้ ทุกอย่างมันมีทางแก้ไขเสมอ  ไม่ใช่ปิดประตูตีแมวไม่ให้ดิ้นหนีไปไหนได้เลย  คนที่ไม่คิดจะเลิกกันพอเจอคำทำนายแบบนี้แล้วเชื่อ ก็เลยเริ่มไม่สนใจแล้วมองหาคนใหม่ เพราะคิดว่า ไหนๆ ก็จะไม่มีใครจริงใจไม่มีคู่อยู่แล้วนิ  งั้นมั่วมันซะเลย อย่าไปจริงใจกับใคร ... เห็นหรือเปล่าครับว่าหมอดูที่ไม่เก่งจริง มักทำความเสียหายให้กับคนได้จำนวนมากแค่ไหน  เขาอาจจะเห็นอดีตจริง แต่ความรอบรู้ในเรื่องหลักกรรมเขามีพอเพียงที่จะให้คำแนะนำกับคนที่มาดูดวงหรือไม่ นี่เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำความเสียหายให้กับชีวิตผุ้คนจำนวนมาก 

 

พูดถึงเรื่องไม่แม่นก็อีกนั่นแหละ  บางทีหมอดูเก่งจริงๆ ต้องแกล้งไม่แม่นนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ารู้ว่าดวงจะเป้นแบบนี้จริงๆ  บอกไปตรงๆ เขาก็จะหมดกำลังใจ ก็ต้องบอกเลี่ยงๆ ไป ทำให้เขาทุกข์น้อยลง  บางทีเขายังต้องเจ็บต้องทุกข์อีกเยอะ ก็บอกไปว่า เนี่ยเดือนหน้าจะหมดเคราะห์แล้วทั้งๆที่เขาต้องเจออีกถึงปีหน้าเลย  แต่พูดแบบนี้คนฟังแล้วมันก็มีกำลังใจใช่หรือเปล่า ทำให้อดทนก่อนจะถึงเดือนหน้า เจอเรื่องร้ายๆ ก็ทน เพราะคิดว่าจะหมดเคราะห์แล้ว  แต่พอเดือนหน้า กลับเจอปัญหาซ้ำๆ อีก  คือบางทีหมอดูเขารู้ แต่เขาไม่บอกตรงๆ  เพราะถ้าบอกว่า ต้องเจอไปจนสิ้นปี บางทีคนมันจะไม่ทนเอา เจอปัญหาเดือนนี้ไม่สู้ ไม่อดทน เผลอๆ ฆ่าตัวตาย หรือวิ่งหนีปัญหา เสียคนไปเลยก็มี

 

6. ดูได้ เชื่อได้ แต่อย่าปักใจ แล้วให้ระลึกให้ดีว่า ทุกอย่างเกิดจากกรรมปัจจุบันเป็นตัวสำคัญ  หมอดูที่เก่งนั้น จะต้องเน้นถึงการทำปัจจุบันให้ดี แต่ใช้กรรมเก่าเป็นฐานในการมองอนาคตว่าสิ่งใดจะเกิดเท่านั้น  และหมอดูที่เก่งจริง ก็ต้องบอกลูกค้าได้ว่า คุณต้องทำกรรมปัจจุบันอย่างไร และกรรมปัจจุบันมีผลเปลี่ยนผลของกรรมจากอดีตได้ ไม่ใช่ว่า จะต้องเกิดเป๊ะๆ เปลี่ยนแปลงไม่ได้  ย้ำว่ายกเว้นว่ากรรมใหญ่ๆ หนักๆ จริงๆ  ยกตัวอย่างว่า เคยฆ่าพ่อแม่ ฆ่าพระมา  กรรมแรงขนาดนี้ ทำดีขนาดไหนก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง แต่มันก็ยังมีการบรรเทาได้เสมอ  เช่นถึงกรรมจะส่งคนมาฆ่าเรา ต้องตายในไม่ช้า แต่การปฏิบัติธรรม ให้ทาน และการปล่อยวาง เจริญสติ ก็เป็นกรรมใหม่ ที่แม้เราจะต้องตาย ก็ไม่ตายทรมาน  ไม่หลงตาย  เผลอๆ อาจบรรลุธรรม พ้นทุกข์ไปเลยก็ได้ ต่างกับคนที่พอรู้ว่าต้องตายแล้วไม่ทำบุญ ไม่พัฒนาตน จิตก็ตกต่ำ ตายทรมานไม่พอยังกลายเป็นผีทรมานมากกว่าอีกหลายร้อยเท่า  อะไรประมาณนี้นะครับ

 

ศานาพุทธจุดหลักไม่ใช่เรื่องกรรม แต่เป็นเรื่องการเจริญสติ การปฏิบัติ เป็นเรื่องของวิปัสสนา การพัฒนาจิต  อันนี้ทุกคนควรเข้าใจ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะห้ามรู้ ห้ามสนใจไปทั้งหมด เพียงแต่มันมีขอบเขตของมัน ว่าควรรู้แค่ไหน อย่างไร และต้องถูกหลักการด้วย   ลองคิดดูดีๆ นะครับ ว่าถ้าคนไม่เชื่อว่ากรรมส่งผลได้จริง มีผลเป็นวิบากสะสมในจิตข้ามภพชาติได้ อะไรจะเกิดขึ้น จะทำดีไปทำไม  ถ้าไม่มีศรัทธาเรื่องพวกนี้ การจะเข้าถึงธรรมะขั้นต่อๆไปจะง่ายหรือยากกว่าที่เข้าใจและเชื่อเรื่องพวกนี้แบบถูกทาง

 

ผมคงไม่ต้องอ้างใคร แต่หลายคนคงสงสัย ว่าทำไมผมถึงทุ่มเทเพื่อพระศาสนาขนาดนี้ ทั้งที่ชีวิตก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทำงานคนเดียว ยอมสละอะไรหลายอย่างเพื่อส่วนรวม  มันคงเกิดไม่ได้เลย ถ้าผมไม่ได้ศึกษาและเข้าใจเรื่อง นรก สวรรค์ เทวดา กฎแห่งกรรม  ปัจจุบันผมคิดว่าเข้าใจว่าศาสนาพุทธคืออะไร อะไรคือแก่น  ทางดับทุกข์อยู่ตรงไหน ทำอย่างไร แล้วนิพพานคืออะไร  ธรรมะในขั้นสูงๆ ต่อมา ผมจะเข้าใจลึกซึ้งแบบนี้ไม่ได้เลย ผมจะศรัทธามั่นคงแบบนี้ไม่ได้ เลยทั้งที่ทำดีมาตั้งนานแต่ก็เจอแต่เรื่องแย่ๆ ในชีวิต  สิ่งเหล่านี้จะเกิดไม่ได้เลย จะมีคนชื่อโจโฉ ในวงการเผยแพร่ศาสนาและมีผลงานออกมาเยอะขนาดนี้ไม่ได้เลย  ถ้าไม่เชื่อและเข้าใจในหลักกรรม นรก สวรรค์ และการเวียนว่ายตายเกิด  ในแนวทางแบบที่ผมกำลังเผยแพร่อยู่แบบนี้แหละครับ

 

ถ้าคุณเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่ไม่ควรสอน ไม่ควรสนใจ แล้วสิ่งที่เกิดจากตัวผมมากมาย จนมีผลไปถึงสังคมวงกว้างที่เห็นๆ กันอยู่นี่หละครับ มันคืออะไร จดหมาย โทรศัพท์ คำชื่นชมและขอบคุณที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขา ที่ทำให้พวกเขาตาสว่างและเข้าใจศาสนามากขึ้น สิ่งเหล่านี้ตอบคำถามได้ดีว่า สิ่งที่ผมพยายามเผยแพร่อยู่ มันมีประโยชน์ หรือไร้สาระ อย่างที่หลายคนปรามาสไว้ อย่าลืมนะครับ เด็กอนุบาลก็ต้องสอนด้วยภาษาสำนวนแบบครูอนุบาล ใช้ศัพท์ง่ายๆให้เด็กเข้าใจ  เปิดตากันสักทีว่า เราไม่สามารถเอาศัพท์วิชาการระดับสูงขั้น ด๊อกเตอร์ มาสอนให้เด็กอนุบาลเข้าใจได้หรอกครับ 

 

สำหรับหมอดูที่ผมอยากแนะนำที่ผมเชื่อว่าจะมีประโยชน์กับท่านจริงๆ นะครับ นอกจากหมอพีร์ จากคอลัมน์ไดอารี่หมอดู ที่ทำนายในแนวกรรมและค่อนข้างมีประโยชน์ในการทำนายแล้ว ก็ยังมีอีกสองท่าน  คือ  หมอเอม จากคอลัมน์ โหราไม่คาใจ นิตยสารธรรมะใกล้ตัวเหมือนกัน 

 -ติดต่อนัดคิวหมอเอมได้ที่  080 -249 4994 หรือ 086- 368 5550  เวลา 10 โมงถึงบ่ายโมง ดูทางโทรศัพท์ ไม่เสียเวลาครับ (อ่านโหราไม่คาใจ ที่ธรรมะใกล้ตัวไลท์ คลิ๊กที่นี่)

-ติดต่อหมอพีร์  mor-phee@hotmail.com โทรศัพท์  ๐๘๗-๙๓๔-๗๘๗๑ และ ๐๘๖-๓๐๔-๑๙๒๔ อ่านบทความหมอพีร์ (อ่านไดอารี่หมอดู ที่นิตยสารธรรมะใกล้ตัว คลิ๊กที่นี่)

ใครจะดูดวง ต้องทำใจนะครับ เพราะอย่างที่บอก บางครั้งถ้าไม่แม่นอาจเพราะกรรมของท่านแรงเกินไป หรือหมอดูใช้พลังงานมากเกินไป จนทำให้การรู้เห็นบางอย่างคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งไม่ว่าหมอไหนก็เป็นเหมือนกันครับ  โอกาสคลาดเคลื่อนมีอยู่แล้ว มากน้อยต่างกันไป

เราศึกษาประวัติศาสตร์แล้วได้ประโยชน์อย่างไร การศึกษากรรมในอดีต ก็ได้ประโยชน์แบบนั้นแหละครับ   สำหรับคนไม่มีเงิน ไม่มีเวลา หรือไม่มีโอกาสได้ดูดวงกับหมอดูดีๆ  ผมแนะนำให้ว่า ในความเป็นจริงทุกคนไม่ต้องดูดวงก็ได้  ขอแค่วันนี้ คุณสำรวจว่า ทาน ศีล ภาวนา คุณครบหรือยัง อะไรยังพร่องอยู่ ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ให้ครบถ้วนที่สุด  โดยเฉพาะรักษาศีลให้บริสุทธิ์และทำทาน ตามกำลัง มีเมตตากับคนรอบข้าง สวดมนต์ฟังธรรมะเป็นประจำ 

 

รับรองได้ครับว่าชีวิตคุณจะดวงดีขึ้นเรื่อยๆ ดวงทีว่าแย่ๆ ถ้าเจอการทำดีและรักษาศีลให้ครบ แค่นี้ก็เป็นเกราะคุ้มครองคุณจากอันตรายทุกอย่างแล้วครับ   เมื่อทำตัวดี ชีวิตก็ดี ดวงก็ดี แล้วถึงเวลานั้นจะได้ดูดวงกับหมอดูดีๆ แล้วออกมาแม่นยำถูกต้องครับ การดูดวงกับหมอดูที่เก่งจริง เป็นแค่แนวทางสำหรับการดำเนินชีวิตคร่าวๆ เท่านั้น เหมือนมีแผนที่อยู่ในมือก็อาจจะเดินทางไปถึงได้สะดวกรัดกุมกว่านิดหน่อย แต่สุดท้าย ทุกคนก็ต้องเพียรพยายามสร้างความดีเป็นเสบียงให้ตนเอง  ใครทำมาก ใครขยัน ก็เดินทางถึงฝั่งอันสงบแสนสุขได้ก่อนแหละครับ    

 

ท่องไว้นะครับ ว่าดวงจะดี ต่อเมื่อทำความดี  รักษาศีลไว้ แล้วศีลจะคุ้มครอง เทวดาจะคุ้มภัย พระอริยะเจ้าจะอวยชัยให้พร ไม่ต้องไปอ้อนวอนขออะไรจากใคร สิ่งดีๆ ทุกอย่างจะวิ่งเข้าหาเราเองครับ 

 

 
 หน้าแรก  รวมเสียงโจโฉ  สมุดเยี่ยม  บทความ  ภาพกิจกรรม  สนับสนุนโจโฉ  ติดต่อ
By โจโฉ เสียงธรรม.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view